หน า ๑ พระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน (ฉบ บท ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ ภ ม พลอด ลยเดช ป.ร. ให ไว ณ ว นท ๒ ม ถ นายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เป นป ท ๖๖ ในร ชกาลป จจ บ น พระบาทสมเด จพระปรม นทรมหาภ ม พลอด ลยเดช ม พระบรมราชโองการโปรดเกล า ฯ ให ประกาศว า โดยท เป นการสมควรแก ไขเพ มเต มกฎหมายว าด วยโรงเร ยนเอกชน จ งทรงพระกร ณาโปรดเกล า ฯ ให ตราพระราชบ ญญ ต ข นไว โดยค าแนะน าและย นยอมของร ฐสภา ด งต อไปน มาตรา ๑ พระราชบ ญญ ต น เร ยกว า พระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน (ฉบ บท ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ มาตรา ๒ พระราชบ ญญ ต น ให ใช บ งค บต งแต ว นถ ดจากว นประกาศในราชก จจาน เบกษา เป นต นไป มาตรา ๓ ให ยกเล กความในบทน ยามค าว า โรงเร ยนนอกระบบ ในมาตรา ๔ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ โรงเร ยนนอกระบบ หมายความว า โรงเร ยนท จ ดการศ กษาโดยม ความย ดหย นในการ ก าหนดจ ดม งหมาย ร ปแบบ ว ธ การจ ดการศ กษา ระยะเวลาของการศ กษา การว ดและประเม นผล ซ งเป นเง อนไขส าค ญของการส าเร จการศ กษา และให หมายความรวมถ งศ นย การศ กษาอ สลามประจ า ม สย ด (ตาด กา) และสถาบ นศ กษาปอเนาะ
หน า ๒ มาตรา ๔ ให ยกเล กความในบทน ยามค าว า บ คลากรทางการศ กษา และ ผ อน ญาต ในมาตรา ๔ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ บ คลากรทางการศ กษา หมายความว า ผ สน บสน นการศ กษาซ งท าหน าท ให บร การ หร อปฏ บ ต งานเก ยวก บการจ ดกระบวนการการเร ยนการสอน การน เทศ และการบร หารการศ กษาในโรงเร ยน ได แก ผ ปฏ บ ต หน าท บรรณาร กษ ผ ปฏ บ ต หน าท งานแนะแนว ผ ปฏ บ ต หน าท เทคโนโลย การศ กษา ผ ปฏ บ ต หน าท งานทะเบ ยนว ดผล ผ ปฏ บ ต หน าท บร หารงานท วไป หร อผ ปฏ บ ต หน าท อ นตามท คณะกรรมการก าหนด ผ อน ญาต หมายความว า (๑) เลขาธ การคณะกรรมการส งเสร มการศ กษาเอกชน (๒) ผ อ านวยการส าน กงานเขตพ นท การศ กษาซ งเลขาธ การคณะกรรมการส งเสร มการศ กษา เอกชนมอบหมาย หร อ (๓) ผ ว าราชการจ งหว ดซ งเลขาธ การคณะกรรมการส งเสร มการศ กษาเอกชนมอบหมาย มาตรา ๕ ให ยกเล กความในวรรคหน งของมาตรา ๑๔ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔ ให ม ส าน กงานคณะกรรมการส งเสร มการศ กษาเอกชนในส าน กงานปล ด กระทรวงศ กษาธ การ โดยม เลขาธ การคณะกรรมการส งเสร มการศ กษาเอกชนซ งม ฐานะเป นอธ บด และเป นผ บ งค บบ ญชาข าราชการ พน กงานและล กจ าง และร บผ ดชอบการด าเน นงานของส าน กงาน คณะกรรมการส งเสร มการศ กษาเอกชน มาตรา ๖ ให ยกเล กความใน (๑) ของมาตรา ๒๕ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ (๑) โอนกรรมส ทธ ส ทธ ครอบครองในท ด นและอส งหาร มทร พย ท เป นส วนควบของท ด น ส ทธ เหน อพ นด น ส ทธ เก บก น หร อส ทธ การเช าท ปลอดจากภาระผ กพ นอย างใดอย างหน งตามท ระบ ไว ในค าขอร บใบอน ญาตให แก โรงเร ยนในระบบภายในหน งร อยย ส บว นน บแต ว นได ร บใบอน ญาต มาตรา ๗ ให ยกเล กความในมาตรา ๒๗ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐
หน า ๓ มาตรา ๒๗ การโอนกรรมส ทธ ส ทธ ครอบครองในท ด นและอส งหาร มทร พย ท เป นส วนควบ ของท ด นตามมาตรา ๒๕ (๑) รวมท งทร พย ส นใด ๆ ท จะต องใช ในก จการของโรงเร ยนให แก โรงเร ยน ในระบบเพ อประโยชน ในการจ ดการศ กษา ให ผ โอนและผ ร บโอนได ร บยกเว นค าธรรมเน ยมการจดทะเบ ยน ส ทธ และน ต กรรมเก ยวก บอส งหาร มทร พย และได ร บยกเว นภาษ อากรตามท จะได ม พระราชกฤษฎ กา ออกตามประมวลร ษฎากรก าหนดไว การยกเว นค าธรรมเน ยมและภาษ อากรตามวรรคหน ง ให รวมถ งการโอนกรรมส ทธ ส ทธ ครอบครองในท ด นและอส งหาร มทร พย ท เป นส วนควบของท ด น รวมท งทร พย ส นใด ๆ ท ได ใช ในก จการ ของโรงเร ยนน นค นให แก ผ ร บใบอน ญาต เจ าของเด ม หร อทายาท เม อโรงเร ยนในระบบเล กใช ประโยชน ในท ด นหร อเล กก จการ ให น าความในวรรคหน งและวรรคสองมาใช ก บการโอนกรรมส ทธ ส ทธ ครอบครองในท ด น และอส งหาร มทร พย ท เป นส วนควบของท ด น รวมท งทร พย ส นใด ๆ ท ใช ในก จการโรงเร ยนของโรงเร ยน ในระบบท จ ดต งก อนพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ม ผลบ งค บใช โดยอน โลม มาตรา ๘ ให เพ มความต อไปน เป นมาตรา ๒๗/๑ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๗/๑ การบร จาคท ด นและอส งหาร มทร พย ท เป นส วนควบของท ด นให แก โรงเร ยน ในระบบ ให ผ บร จาคได ร บยกเว นค าธรรมเน ยมการจดทะเบ ยนส ทธ และน ต กรรมเก ยวก บอส งหาร มทร พย และได ร บยกเว นภาษ อากรตามท จะได ม พระราชกฤษฎ กาออกตามประมวลร ษฎากรก าหนดไว ท ด นและอส งหาร มทร พย ท เป นส วนควบของท ด นท ม ผ บร จาคให แก โรงเร ยนในระบบจะต อง จ ดการตามว ตถ ประสงค ของโรงเร ยนในระบบและเง อนไขท ผ บร จาคได ก าหนดไว แต ถ าม ความจ าเป นต อง เปล ยนแปลงเง อนไขด งกล าว โรงเร ยนในระบบต องได ร บความย นยอมจากผ บร จาคหร อทายาท หากไม ม ทายาทหร อทายาทไม ปรากฏ จะต องได ร บอน ม ต จากคณะกรรมการบร หาร การยกเว นค าธรรมเน ยมและภาษ อากรตามวรรคหน ง ให รวมถ งการโอนกรรมส ทธ ส ทธ ครอบครองในท ด นและอส งหาร มทร พย ท เป นส วนควบของท ด นน นค นให แก ผ บร จาคหร อทายาท เม อโรงเร ยนในระบบเล กใช ประโยชน ในท ด นหร อเล กก จการ มาตรา ๙ ให ยกเล กความในมาตรา ๒๘ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐
หน า ๔ มาตรา ๒๘ ช อของโรงเร ยนในระบบต องใช อ กษรไทยขนาดใหญ พอสมควรต ดไว ท บร เวณ โรงเร ยนในระบบ ณ ท ซ งเห นได ง าย โดยต องม ค าว า โรงเร ยน ประกอบช อด วย ในกรณ ท ม อ กษร ต างประเทศก าก บ ต องไม ม ขนาดใหญ กว าอ กษรไทย และส าหร บโรงเร ยนในระบบท จ ดการศ กษาประเภท อาช วศ กษาท งระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พและระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส งอาจใช ค าว า ว ทยาล ยอาช วศ กษา หร อ ว ทยาล ยเทคโนโลย ประกอบช อแทนค าว า โรงเร ยน ก ได มาตรา ๑๐ ให ยกเล กความในมาตรา ๓๐ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐ ให โรงเร ยนในระบบม คณะกรรมการบร หารประกอบด วย ผ ร บใบอน ญาต ผ จ ดการ ผ อ านวยการ ผ แทนคร ผ แทนผ ปกครอง และผ ทรงค ณว ฒ เป นกรรมการ ในกรณ ท ผ ร บ ใบอน ญาตเป นบ คคลเด ยวก บผ จ ดการหร อผ อ านวยการหร อบ คคลเด ยวก นท งสามต าแหน ง ให ต งกรรมการ ผ ทรงค ณว ฒ เพ มข นอ กหน งหร อสองคน ท งน จ านวนและค ณสมบ ต ของกรรมการต องสอดคล องก บขนาด และประเภทของโรงเร ยนในระบบตามหล กเกณฑ และเง อนไขท คณะกรรมการก าหนด หล กเกณฑ ว ธ การสรรหากรรมการ การเล อกประธานกรรมการ วาระการด ารงต าแหน ง และการพ นจากต าแหน ง ให เป นไปตามท ก าหนดไว ในตราสารจ ดต ง ในกรณ โรงเร ยนในระบบม ความจ าเป นต องม ท ปร กษาหร อคณะอน กรรมการเพ อท าหน าท ช วยเหล อคณะกรรมการบร หาร ให สามารถกระท าได โดยก าหนดไว ในตราสารจ ดต ง ในวาระเร มแรกท จ ดต งโรงเร ยนในระบบและย งไม ม ผ แทนผ ปกครอง ให คณะกรรมการบร หาร ตามวรรคหน งประกอบด วยกรรมการอ นเท าท ม อย มาตรา ๑๑ ให ยกเล กวรรคสองของมาตรา ๓๒ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๒ ให ยกเล กมาตรา ๔๔ และมาตรา ๔๕ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๓ ให ยกเล กความในวรรคหน งของมาตรา ๔๖ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๔๖ ให ผ จ ดการเป นผ ร บผ ดชอบในการจ ดวางระบบและจ ดท าบ ญช การเง นและบ ญช อ น ของโรงเร ยนในระบบตามแบบและระเบ ยบท คณะกรรมการก าหนด มาตรา ๑๔ ให ยกเล กความในมาตรา ๔๗ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐
หน า ๕ มาตรา ๔๗ ให คณะกรรมการบร หารด าเน นการให ม การตรวจสอบบ ญช ของโรงเร ยนในระบบ เพ อตรวจสอบและแสดงความเห นต องบการเง นของโรงเร ยนในระบบภายในหน งร อยห าส บว นน บแต ว น ส นรอบป บ ญช ท งน ตามหล กเกณฑ และว ธ การท คณะกรรมการก าหนด ว นเร มและว นส นป บ ญช ของโรงเร ยนในระบบให เป นไปตามประกาศของโรงเร ยนในระบบ ให คณะกรรมการบร หารจ ดสรรผลตอบแทนท ได จากการด าเน นการของโรงเร ยนในระบบ ให แก ผ ร บใบอน ญาตตามท เห นสมควร เว นแต ผลตอบแทนจากการด าเน นการของโรงเร ยนการก ศล ให คณะกรรมการบร หารจ ดสรรให เป นไปตามท คณะกรรมการก าหนด มาตรา ๑๕ ให ยกเล กความใน (๔) ของมาตรา ๔๘ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ (๔) ลดหย อนหร อยกเว นเง นภาษ เง นได ของผ ร บใบอน ญาต ท งน ตามท ก าหนดในประมวล ร ษฎากร มาตรา ๑๖ ให ยกเล กความใน (๔) ของวรรคสองของมาตรา ๔๙ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗ ให ยกเล กความในมาตรา ๘๖ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๘๖ ก จการของโรงเร ยนในระบบเฉพาะในส วนของผ อ านวยการ คร และบ คลากร ทางการศ กษา ไม อย ภายใต บ งค บกฎหมายว าด วยการค มครองแรงงาน กฎหมายว าด วยแรงงานส มพ นธ กฎหมายว าด วยการประก นส งคม และกฎหมายว าด วยเง นทดแทน แต ผ อ านวยการ คร และบ คลากร ทางการศ กษาของโรงเร ยนต องได ร บประโยชน ตอบแทนไม น อยกว าท ก าหนดไว ในกฎหมายว าด วย การค มครองแรงงาน การค มครองการท างาน การจ ดให ม คณะกรรมการค มครองการท างานและประโยชน ตอบแทน ข นต าของผ อ านวยการ คร และบ คลากรทางการศ กษาของโรงเร ยนในระบบ ให เป นไปตามระเบ ยบ ท คณะกรรมการก าหนด มาตรา ๑๘ ให ยกเล กความในมาตรา ๑๑๗ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๑๗ ในกร งเทพมหานคร ให ม คณะกรรมการว น จฉ ยอ ทธรณ ประกอบด วย ปล ดกระทรวงศ กษาธ การเป นประธานกรรมการ ผ แทนส าน กงานอ ยการส งส ด เลขาธ การคณะกรรมการ
หน า ๖ ส งเสร มการศ กษาเอกชน และประธานกรรมการเขตพ นท การศ กษาในกร งเทพมหานครคนหน ง ซ งคณะกรรมการแต งต งเป นกรรมการ และให ปล ดกระทรวงศ กษาธ การแต งต งผ แทนสมาคมท เก ยวข องก บ การศ กษาเอกชนจ านวนสามคนเป นกรรมการ และผ อ านวยการสถานศ กษาของร ฐในกร งเทพมหานคร เป นเลขาน การคนหน งและผ ช วยเลขาน การคนหน ง ในจ งหว ดอ นแต ละจ งหว ดนอกจากกร งเทพมหานคร ให ม คณะกรรมการว น จฉ ยอ ทธรณ ประกอบด วย ผ ว าราชการจ งหว ดหร อรองผ ว าราชการจ งหว ดซ งผ ว าราชการจ งหว ดมอบหมาย เป นประธานกรรมการ ผ แทนส าน กงานอ ยการจ งหว ด ประธานกรรมการเขตพ นท การศ กษาในจ งหว ดน น คนหน งซ งผ ว าราชการจ งหว ดแต งต ง และผ แทนคณะกรรมการประสานและส งเสร มการศ กษาเอกชน จ งหว ดจ านวนสามคนเป นกรรมการ และให ผ ว าราชการจ งหว ดแต งต งผ อ านวยการสถานศ กษาของร ฐ ในจ งหว ดน นเป นเลขาน การคนหน งและผ ช วยเลขาน การคนหน ง เว นแต ในจ งหว ดท ผ ว าราชการจ งหว ด ซ งเลขาธ การคณะกรรมการส งเสร มการศ กษาเอกชนมอบอ านาจให เป นผ อน ญาต ให จ งหว ดน น ม ปล ดกระทรวงศ กษาธ การหร อรองปล ดกระทรวงศ กษาธ การซ งปล ดกระทรวงศ กษาธ การมอบหมาย เป นประธานกรรมการ และให ปล ดกระทรวงศ กษาธ การแต งต งประธานกรรมการเขตพ นท การศ กษา ผ อ านวยการส าน กงานการศ กษาเอกชนจ งหว ด และผ แทนสมาคมโรงเร ยนเอกชนจ งหว ดจ านวน สามคนเป นกรรมการ และแต งต งผ อ านวยการสถานศ กษาของร ฐในจ งหว ดน นเป นเลขาน การคนหน ง และผ ช วยเลขาน การคนหน ง ให น าความในมาตรา ๑๒ มาใช บ งค บการประช มของคณะกรรมการว น จฉ ยอ ทธรณ โดยอน โลม มาตรา ๑๙ ให ยกเล กความใน (๓) ของมาตรา ๑๒๗ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ (๓) บทบ ญญ ต ส วนท ๖ ส วนท ๗ ส วนท ๘ ส วนท ๙ และส วนท ๑๑ ของหมวด ๒ ท งน ไม รวมถ งมาตรา ๘๖ มาตรา ๒๐ ให ยกเล กความในมาตรา ๑๕๙ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๕๙ ให โรงเร ยนท จ ดต งข นตามพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕ ซ งม อย ในว นท พระราชบ ญญ ต น ประกาศในราชก จจาน เบกษา เป นโรงเร ยนในระบบหร อโรงเร ยนนอกระบบ แล วแต กรณ ตามพระราชบ ญญ ต น และให ถ อว าผ ร บใบอน ญาตเป นผ แทนน ต บ คคลและได ร บยกเว น
หน า ๗ ไม ต องโอนกรรมส ทธ หร อส ทธ ครอบครองในท ด นให แก โรงเร ยนในระบบ แต ผ ร บใบอน ญาตต องด าเน นการ จ ดท าตราสารจ ดต งและรายละเอ ยดเก ยวก บก จการของโรงเร ยนในระบบตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง และด าเน นการให ม คณะกรรมการบร หารตามมาตรา ๓๐ ในกรณ ท ผ ร บใบอน ญาตจ ดต งโรงเร ยนซ งเป นน ต บ คคลอย ก อนว นท พระราชบ ญญ ต โรงเร ยน เอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ใช บ งค บ ย งม ได ด าเน นการจ ดท าตราสารจ ดต งและรายละเอ ยดเก ยวก บก จการ ของโรงเร ยนในระบบตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง ให ใช เอกสารจ ดต งน ต บ คคลท ม รายละเอ ยดเก ยวก บ การบร หารก จการโรงเร ยนเป นตราสารจ ดต งและรายละเอ ยดเก ยวก บก จการของโรงเร ยนในระบบ ไปพลางก อนจนกว าจะม การจ ดท าตราสารจ ดต งและรายละเอ ยดเก ยวก บก จการของโรงเร ยนในระบบ ตามพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ในกรณ ท ผ ร บใบอน ญาตจ ดต งโรงเร ยนนานาชาต ซ งเป นน ต บ คคลอย ก อนว นท พระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ใช บ งค บ ย งม ได ด าเน นการจ ดท าตราสารจ ดต งและรายละเอ ยดเก ยวก บ ก จการของโรงเร ยนในระบบตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง และย งม ได ด าเน นการให ม คณะกรรมการบร หาร ตามมาตรา ๓๐ ให ใช เอกสารจ ดต งน ต บ คคลท ม รายละเอ ยดเก ยวก บการบร หารก จการโรงเร ยนเป นตราสาร จ ดต งและรายละเอ ยดเก ยวก บก จการของโรงเร ยนในระบบรวมท งให คณะกรรมการบร หารของน ต บ คคล ด งกล าวเป นคณะกรรมการบร หารตามพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ไปพลางก อนจนกว า จะม การจ ดท าตราสารจ ดต งและรายละเอ ยดเก ยวก บก จการของโรงเร ยนในระบบ และแต งต ง คณะกรรมการบร หารตามพระราชบ ญญ ต น การด าเน นการตามมาตราน ต องไม เก นสองป น บแต ว นท พระราชบ ญญ ต น ใช บ งค บ โดยให เป นไป ตามหล กเกณฑ ว ธ การ และเง อนไขท คณะกรรมการก าหนด มาตรา ๒๑ ให โรงเร ยนในระบบท ได ส งเง นเข ากองท นส งเสร มโรงเร ยนในระบบอย ในว นท พระราชบ ญญ ต น ประกาศในราชก จจาน เบกษา ได ร บเง นค นเม อได ห กหน ส นท โรงเร ยนในระบบด งกล าว ค างช าระกองท นแล วให ค นแก โรงเร ยนน น มาตรา ๒๒ ในกรณ ท โรงเร ยนในระบบใดแสดงได ว าสามารถจ ดสว สด การและส ทธ ประโยชน ให แก ผ อ านวยการ คร และบ คลากรทางการศ กษาท ประก นความเป นธรรมหร อม มาตรฐานท ส งกว า สว สด การและส ทธ ประโยชน ของกองท นสงเคราะห โรงเร ยนในระบบน นอาจย นค าขอต อร ฐมนตร เพ อใช อ านาจตามมาตรา ๖ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ภายในหน งร อยแปดส บว น
หน า ๘ น บแต ว นท พระราชบ ญญ ต น ม ผลใช บ งค บ เพ อให ก จการของโรงเร ยนในระบบในส วนท เก ยวก บ การสงเคราะห แก ผ อ านวยการ คร และบ คลากรทางการศ กษาไม ต องอย ภายใต บ งค บของกองท น สงเคราะห ก ได มาตรา ๒๓ เพ อประโยชน ในการสงเคราะห แก ผ อ านวยการ คร และบ คลากรทางการศ กษา ในกรณ ท โรงเร ยนในระบบใดไม เคยส งเง นสมทบกองท นสงเคราะห น บต งแต ว นท พระราชบ ญญ ต โรงเร ยน เอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ม ผลใช บ งค บ โรงเร ยนในระบบน นอาจย นค าขอต อร ฐมนตร เพ อใช อ านาจ ตามมาตรา ๖ แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ภายในหน งร อยแปดส บว น น บแต ว นท พระราชบ ญญ ต น ม ผลใช บ งค บ เพ อยกเว นการด าเน นการตามมาตรา ๗๔ วรรคสอง แห งพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ก ได มาตรา ๒๔ ให ผ ปฏ บ ต งานท ม ใช คร ใหญ หร อผ อ านวยการ หร อคร ของโรงเร ยนนานาชาต ซ งเป นโรงเร ยนในระบบตามพระราชบ ญญ ต โรงเร ยนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ซ งเคยเป นผ ประก นตน และส งเง นสมทบกองท นประก นส งคมตามกฎหมายว าด วยการประก นส งคมมาก อนว นท ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ด าเน นการส งเง นสมทบกองท นประก นส งคมต อไปน บต งแต ว นท พระราชบ ญญ ต น ม ผล ใช บ งค บ โดยให น บระยะเวลาในการส งเง นสมทบต อเน องก บระยะเวลาท ได ส งมาแล ว และให ม ส ทธ ตามท กฎหมายว าด วยการประก นส งคมก าหนด ให ผ ปฏ บ ต งานท ม ใช ผ อ านวยการ คร หร อบ คลากรทางการศ กษาของโรงเร ยนในระบบ ตามพระราชบ ญญ ต น ซ งเคยเป นผ ประก นตนและส งเง นสมทบกองท นประก นส งคมตามกฎหมายว าด วย การประก นส งคมมาก อนว นท ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ด าเน นการส งเง นสมทบกองท นประก นส งคม ต อไปน บต งแต ว นท พระราชบ ญญ ต น ม ผลใช บ งค บ โดยให น บระยะเวลาในการส งเง นสมทบต อเน อง ก บระยะเวลาท ได ส งมาแล ว และให ม ส ทธ ตามกฎหมายว าด วยการประก นส งคม มาตรา ๒๕ ให ร ฐมนตร ว าการกระทรวงศ กษาธ การร กษาการตามพระราชบ ญญ ต น ผ ร บสนองพระบรมราชโองการ อภ ส ทธ เวชชาช วะ นายกร ฐมนตร
หน า ๙ หมายเหต :- เหต ผลในการประกาศใช พระราชบ ญญ ต ฉบ บน ค อ โดยท บทบ ญญ ต ของกฎหมายว าด วย โรงเร ยนเอกชนในส วนท เก ยวก บผ อน ญาตการโอนกรรมส ทธ และส ทธ ครอบครองในท ด น คณะกรรมการบร หาร ของโรงเร ยนในระบบและคณะกรรมการว น จฉ ยอ ทธรณ จ งหว ด การจ ดท าบ ญช และการตรวจสอบบ ญช รวมท งการก าหนดให ม กองท นส ารองของโรงเร ยนในระบบ ได เก ดป ญหาในทางปฏ บ ต และไม สอดคล อง ก บการด าเน นการของโรงเร ยนเอกชน ท าให การจ ดการศ กษาและการพ ฒนาโรงเร ยนเอกชนไม ม ประส ทธ ภาพ และศ กยภาพ ประกอบก บบทบ ญญ ต ในส วนของการประก นส งคมได ก าหนดครอบคล มบ คคลซ งม ได ม หน าท หล กด านการสอนหร อสน บสน นการศ กษา สมควรปร บปร งบทบ ญญ ต ในเร องด งกล าวให เหมาะสม เพ อประโยชน แก การจ ดการศ กษาและการพ ฒนาของโรงเร ยนเอกชน อ นจะม ผลให น กเร ยนได ร บการศ กษา ท ม ค ณภาพย งข น จ งจ าเป นต องตราพระราชบ ญญ ต น